foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

นิทาน น้ำใจไมตรี

ปฏิทิน

May 2019
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31

Facebook Page

แผนที่ตั้ง

สถิติผู้เยี่ยมชม

302719
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1298
1055
7577
287767
26735
19048
302719

Your IP: 52.23.234.7
2019-05-24 23:42

นิทานน้ำใจ086

กระจงเจ้าปัญญา

 ขณะที่กระจงตัวหนึ่งกำลังกินน้ำในทะเลสาบกลางป่าอยู่นั้นมีเสือโคร่งตัวหนึ่งเดินผ่านมาเมื่อเห็นกระจงเข้า เสือโคร่งก็หยุดแล้วหัวเราะแล้วพูดว่า"เจ้ากระจงน้อยจะเป็นอาหารมื้อนี้ของข้ามาให้ข้ากินเสียดี ๆ เพราะข้ายังไม่มีอะไรใส่ท้องมาเลยทั้งวันกระจงตัวสั่นด้วยความเสียวสยองเมื่อเห็นฟันแหลมเปี๊ยบของเจ้าเสือตัวร้าย. แต่กระจงเจ้าปัญญาก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่แสดงให้เสือรู้ว่าตนกลัว กระจงพูดต่อไปว่า"โธ่เอ้ย! คุณเสือ ข้าพเจ้าไม่คิดว่าสัตว์ตัวเล็กนิดเดียวอย่างข้าพเจ้านี้ทำให้ท่านกินได้อิ่มให้สมกับที่ทนหิวมาได้หรอก""แต่ข้ากำลังหิวนะโว้ย" เสือคำรามตวาดลั่น อย่างอดทนไม่ไหว"สิ่งที่จะทำให้ท่านหายหิวสมอยากต้องเป็นเนื้อคน""คนน่ะมันเป็นยังไง เจ้ากระจงกระจงดีใจที่เจ้าเสือร้ายตกหลุมพรางของตัว "คนก็คือสัตว์ชนิดหนึ่ง มีขาสองขา แต่เป็นสัตว์ที่มีอำนาจใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก"แล้วกระจงก็พาเสือโคร่งไปริมถนนใหญ่ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้คอยเวลาที่คนจะเดินผ่านมา ไม่ช้าก็มีเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งเดินกลับจากโรงเรียน"นี่น่ะหรือคน" เสือโคร่งถามกระจงส่ายหัวแล้วบอกว่า "ไม่ใช่หรอกนี่เป็นสิ่งที่จะเติบโตเป็นคนอีก20 ปีข้างหน้าต่างหาก แต่กว่าจะถึงเวลานั้นท่านก็ตายไปแล้ว"ต่อมามีชายชราผอมโซคนหนึ่งเดินมาตามถนน เสือจึงถามว่า “นี่คือคนใช่ไหม” "ไม่ใช่! ไม่ใช่! นี่ก็ไม่ใช่คน มันเป็นคนแก่ใกล้ตายต่างหาก อย่างนี้กินไม่อร่อยหรอก” กระจงอธิบายต่อจากน้ันก็มีนายพรานอ้วนแบกปืนเดินตามมา“นี่แหละใช่แล้ว” กระจงกระซิบเสือโคร่งส่งเสียงร้องลั่นป่าแล้วกระโจนเข้าใส่พราน แต่นายพรานกลับไวกว่า เขาใช้ปืนไรเฟิลยิงโป้งถูกเสือโคร่งตายคาที่กระจงเจ้าปัญญาดีใจนักหนาที่รอดตัวมาจากการถูกเสือโคร่งจับกินได้แต่ก็เหน็ดเหนื่อยจากการผจญภัยเหลือกำลังจึงกลับไปยังทะเลสาบเพื่อจะกินน้ำระหว่างที่กินน้ำอยู่ กระจงเจ้าปัญญาก็รู้สึกว่าขาข้างหนึ่งถูกงับโดยจระเข้. กระจงตกใจมาก แต่ก็ตั้งสติได้ แล้วพูดกับจระเข้ว่า" พุทโธ่! จระเข้ผู้น่าสมเพช เมื่อไหร่หนอท่านจะได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างขาของกระจงกับท่อนไม้เสียทีนะ ก็ไอ้ที่ท่านคาบเอาไว้เสียจนแน่นนั่นน่ะมันท่อนไม้เก่า ๆ เท่านั้น"ว่าแล้วเจ้ากระจงก็ยกขาอีกข้างหนึ่งของมันขึ้นกวัดแกว่งอยู่ตรงหน้าจระเข้จระเข้หน้าโง่ก็หลงคำเจ้ากระจง รีบปล่อยขาข้างที่กำลังคาบอยู่. แล้วไล่งับขาอีกข้างหนึ่งที่แกว่งอยู่ไปมาเจ้ากระจงรอโอกาสนี้อยู่แล้ว กระโจนออกไปทันที พอแน่ใจว่าจระเข้กัดไม่ถึงแล้ว มันก็หันมาพูดกับจระเข้ว่า"แกน่ะมันโง่เสียยิ่งกว่าลาอีก แม้แต่ขาของข้ากับท่อนไม้เก่า ๆ ต่างกันอย่างไรแกก็ยังไม่รู้เลย โธ่เอ้ย! แล้วกระจงก็วิ่งหนีลิ่ว ๆ ไป ปล่อยให้จระเข้มุดน้ำทะเลสาบลงไปตามเดิมต่อจากนั้น กระจงก็มาพบหอยทากตัวหนึ่ง มันดีใจนักที่ได้พบแล้วท้าวิ่งแข่งกับหอยทาก หอยทากรับคำท้า แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้นกระจงวิ่งนำหน้าไปก่อน ส่วนหอยทากคืบคลานตามไปแต่พอกระจงวิ่งจวนจะถึงเส้นปลายทาง มันก็ตกใจเมื่อเห็นหอยทากคลานเข้าเส้นชัยล่วงหน้าไปแล้วสิ่งที่เจ้ากระจงเจ้าปัญญาคิดไม่ถึงก็คือ หอยทากที่คลานเข้าเส้นชัยนั้นไม่ใช่เป็นตัวเดียวกับที่วิ่งจากจุดเริ่มต้น

ก็ด้วยประการฉะนี้เอง ที่กระจงซึ่งคิดว่าตัวฉลาดล้นฟ้าต้องมาพ่ายแพ้ยับเยินในวันนั้น ไม่ใช่เสือโคร่งทมิฬหินชาติ ไม่ใช่จระเข้ที่ร้ายกาจไม่ใช่แพ้สัตว์ใหญ่โตอื่นใดในป่าแต่ผู้พิชิตมันกลายเป็นเจ้าสัตว์ตัวกระจิริด คือ หอยทากที่ตัวเป็นเมือกลื่น ๆ

 

ที่มา http://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=8984&filename=asean2558

ดาวน์โหลด นิทานPDF