foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

นิทาน น้ำใจไมตรี

ปฏิทิน

April 2018
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30

Facebook Page

แผนที่ตั้ง

สถิติผู้เยี่ยมชม

112673
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
83
145
628
110703
4662
5388
112673

Your IP: 54.80.87.250
2018-04-25 12:01

นิทานน้ำใจ017

 

ind พ่อครัวนักสังคมสงเคราะห์ชาวอินเดีย  Narayan Krishnan

ที่ประเทศอินเดีย มีคนไร้บ้านที่ถูกทอดทิ้งอยู่ตามข้างถนนเป็นจำนวนมาก

นายนารายัน  กฤษนันท์ เคย เป็นพ่อครัวดาวรุ่งของโรงแรม ทาจ ที่เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย   วันหนึ่ง เขากลับไปเยี่ยมบ้าน ที่เมืองมาดูไร รัฐทมิฬนาดู ซึ่งอยู่ทางใต้ของอินเดีย ก่อนที่จะย้ายไปทำงานใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่สิ่งที่เขาพบใกล้บ้านทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป

นารายันไปเที่ยวที่วัดใกล้บ้าน เขาเล่าว่า  “ผมเห็นชายชราคนหนึ่งที่ใต้สะพาน  ท่าทางสติไม่ค่อยดี กำลังกินอุจาระของตนเองอยู่ เพราะไม่มีอะไรจะกิน ผมไปขออาหารเหลือจากโรงแรมใกล้เคียงนำไปให้ คุณเชื่อไหมว่า ผมไม่เคยเห็นคนอะไรกินเร็วอย่างนั้น ชายชรานั้นกินพร้อมกับยิ้มทั้งน้ำตา เป็นน้ำตาแห่งความสุข”

“วันนั้น ผมได้ค้นพบวิธีการว่า จะทำอะไรตลอดชีวิตของผม  ผมจะทำอาหารเลี้ยงคนป่วยทางจิตยากจน ที่ช่วยตัวเองไม่ได้” นารายันบอก

พ.ศ.2546 นารายันอายุ 29 ปี เขาลาออกจากงานโรงแรม กลับไปบ้าน ตั้งมูลนิธิอัคสายะ ทำอาหารเช้า กลางวัน เย็น กว่า 1 ล้านมื้อ เพื่อแจกให้คนชราอินเดียที่ถูกทอดทิ้งและไม่มีบ้านอยู่ นารายันบอกว่า “เนื่องจากที่อินเดียมีคนยากจนมาก ดังนั้นจึงมีคนป่วยทางจิตจำนวนหนึ่ง ถูกทิ้งไว้ตามข้างถนน”           

เขาบอกต่อไปว่า “ชื่อมูลนิธิอัคสายะ(Akshaya) มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “ไม่เปื่อยเน่า” ซึ่งหมายความว่า ความเมตตาของมนุษย์จะต้องไม่เสื่อมหรือสูญสลายไป มีนิทานฮินดูเรื่องหนึ่งว่า เทพเจ้าอันนา
ปุราณี (
Annapurani)  ที่ใช้ “ชามอัคสายะ” เลี้ยงอาหารคนที่หิวโหยอย่างไม่มีวันหมด” 

ทุกๆวัน นารายันและคณะจะตื่นเวลาตีสี่ ทำอาหารมังสะวิรัติ 400กล่อง ขึ้นรถยนต์ที่ได้รับบริจาคมา  นำอาหารไปส่ง ให้แก่คนยากจนที่อาศัยอยู่ใต้สะพาน  ซอกตึก  หรือ ริมวัด  ในรัศมี 180 กิโลเมตร ห่างจากบ้านของเขา. อาหารร้อนๆ ของมูลนิธิทำง่ายๆ ราคาไม่แพงแต่อร่อย คณะของนารายันมีหวี กรรไกรตัดผม และมีดโกนหนวดติดไปด้วย สำหรับผู้รับบริการของเขา

เขาเล่าว่า “ผู้รับบริการบางคนป่วยหรืออายุมากจนลืมชื่อตัวเอง บอกไม่ได้ว่ามีบ้านภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน  หลายคนไม่สามารถบอกคำขอบคุณ  หรือบอกได้ว่าต้องการอะไร  บางคนเป็นง่อยอัมพาตเคลื่อนไหวตัวไม่ได้  ต้องป้อนอาหารให้กิน” นารายันบอกว่า “ ความทุกข์ของมนุษย์ที่ได้พบเห็น เป็นแรงบันดาลใจให้คณะของเรามีพลัง อาหารที่เราทำแล้วนำไปแจก ทำให้เขามีพลังเพิ่มขึ้น เราต้องการช่วยรักษาคนอินเดียของเรา

ค่าใช้จ่ายของโครงการ ราว 9,000 บาทต่อวัน ส่วนหนึ่งได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา แต่ก็ไม่พอ
ทำให้นารายันต้องออกเงินที่เหลือจากค่าเช่าบ้านที่ปู่ของเขายกให้

นารายันและคณะ นอนในครัวของมูลนิธิที่ใช้ปรุงอาหารนั่นเอง นารายันไม่รับเงินเดือนจากมูลนิธิ  แต่รับจากแม่ของเขา ที่เคยไม่เห็นด้วยกับวิธีการของนารายันในตอนแรก แต่เมื่อเธอมาเห็นผลงานของนารายันเข้า เธอก็บอกว่า “ลูกไปเลี้ยงดูคนป่วยยากจนเถอะ แม่จะเลี้ยงลูกต่อไปเอง”    

 

นารายันคิดจะสร้างบ้านพักสักหลังสำหรับเป็นที่พักของคนที่เขาช่วยเหลือ แต่ยังมีเงินไม่พอ

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริกา ได้ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับชีวิตของนารายันเผยแพร่ไปทั่วโลก  แล้วคัดเลือกให้นารายัน กฤษณนันท์ พ่อครัวนักสังคมสงเคราะห์  เป็นวีรบุรุษประจำปี
พ.ศ. 2553

 

เรียบเรียงจากเรื่อง  “Once a rising star, chef now feeds hungry

 

By Danielle Berger, CNN ,April 2, 2010

ที่มา http://edition.cnn.com/2010/LIVING/04/01/cnnheroes.krishnan.hunger/

 

ดาวน์โหลดนิทานpdf