foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

นิทาน น้ำใจไมตรี

ปฏิทิน

April 2018
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30

Facebook Page

แผนที่ตั้ง

สถิติผู้เยี่ยมชม

112731
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
141
145
686
110703
4720
5388
112731

Your IP: 54.80.87.250
2018-04-25 12:19

นิทานน้ำใจ024

 

ch กาน้ำชาโบราณ

เมื่อไม่นานมานี้ ที่เมืองจีน ชายชราคนหนึ่งมีกาน้ำชาโบราณเก่าแก่สูงค่า เพราะเป็นกาที่ปั้นมาจากดินชนิดพิเศษ และฝีมือช่างปั้นอันยอดเยี่ยมอายุกว่าร้อยปีเขาวางกาน้ำชาสุดที่รักไว้หัวเตียงอย่างทะนุถนอมมีอยู่คืนหนึ่ง ท่ามกลางความมืดด้วยความไม่ระวัง มืออันสั่นเทาของชายชราปัดไปโดนฝากาน้ำชาเก่าแก่กระเด็นตกสู่พื้นเขารู้สึกทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ และเมื่อคิดว่าเมื่อทำฝากาน้ำชาแตกไปแล้ว จะเก็บตัวกาไว้ดูให้เจ็บใจทำไม คิดได้ดังนั้นเลยหยิบกาน้ำชาอันเก่าแก่ ขว้างปลิวออกไปนอกหน้าต่างรุ่งเช้า ชายชราตื่นขึ้นมาลุกลงจากเตียง เห็นฝากาน้ำชาหล่นอยู่บนรองเท้าที่ข้างเตียงโดยไม่มีอะไรแตกเสียหายแต่เมื่อได้ขว้างตัวกาน้ำชาออกนอกหน้าต่างทิ้งไปแล้วก็ยิ่งเจ็บใจจึงใช้เท้ากระทืบฝากาน้ำชาสุดที่รักจนแตกละเอียด พอตอนสาย ชายชราเดินออกไปนอกบ้าน จึงพบว่ากาน้ำชาที่ขว้างออกนอกหน้าต่างไปเมื่อคืนนั้นยังคาอยู่บนต้นไม้ไม่มีอะไรบุบสลาย..

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

บาง เรื่องนั้น ควรรอสักนิด ดูสักหน่อย ตรองสักพัก เพราะบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นเราเข้าใจ

ความวู่วามเปรียบเหมือนปีศาจร้าย ฝึกให้ใจเย็นไว้หน่อย นั่นคือวิถีของคนฉลาด

 

ขอบคุณ คุณขจรศักดิ์ผู้แปลและเรียบเรียงภาพและเนื้อหาจาก

ดาวน์โหลดนิทานPDF

นิทานน้ำใจ023

 

ปลาทูไหม้

"แม่ของผม เป็นคนทำอาหารที่บ้านให้ทุกคนในครอบครัวกินเป็นประจำ ทุกวัน... คืนหนึ่ง หลังจากที่แม่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน แม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า และทำอาหารเย็น ให้เราตามปกติที่โต๊ะอาหาร แม่วางจานที่มีปลาทูไหม้เกรียมบนโต๊ะต่อหน้าพ่อและทุกๆคน ผมรอว่าแต่ละคนจะว่าอย่างไร แต่... พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้าตั้งตากินปลาทูไหม้ตัวนั้น และหันมาถามผมว่า ที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างคืนนั้น หลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่าได้ยินแม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลาทูไหม้และผมไม่เคยลืมที่พ่อพูดกับแม่เลย "โอย... ผมชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่" คืนต่อมา ผมเก็บคำถามในใจ ก่อนนอน และถามพ่อว่า "พ่อชอบปลาทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ" พ่อลูบหัวผม และตอบว่า "แม่ของลูกทำงานหนักมาทั้งวัน... ปลาทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ายใคร แต่คำพูด ที่ต่อว่ากันนั้นต่างหากที่จะทำร้ายกัน" "ชีวิตของคนเราเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ และแต่ละคนก็ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์แบบ ตัวเราเองก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่าใครๆ" แต่สิ่งที่พ่อเรียนรู้ในช่วงชีวิต คือ..... การเรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดของคนอื่นและของตัวเองการเลือกที่จะยินดีกับความคิดต่างกันของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาชีวิตครอบครัวที่มีความสุขแลยืนยาว ชีวิตเราสั้นเกินกว่าที่จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเสียใจที่ว่าเราทำผิดกับคนที่เรารักและรักเราให้ดูแลและทะนุถนอมคนที่รักเราและพยายามเข้าใจและให้อภัยจะดีกว่า"

 

** ถ้าเรารู้ เราจะ ทำไหม? **

เราจะบีบแตร ใส่คนที่ ยืนยึกยัก ริมถนน แยกที่ผ่านมาไม๊– ถ้าเรารู้ว่า เค้าใส่ขาเทียม

เราจะเบียดชน คนข้างหน้า ที่เดินช้ามากไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้าเพิ่งตกงาน

เราจะขำ คนที่ แต่งตัวเชยไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้ามีชุดเก่ง แค่ชุดเดียว

เราจะรำคาญ สาวโรงงาน ที่มาเดิน พารากอนไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า นั่นคือ การฉลองวันเกิดของเธอ

เราจะหมั่นไส้ ลุงที่หัวเราะ เสียงดังลั่น คนนั้นไม๊ – ถ้ารู้ว่า แกเป็นมะเร็ง ขั้นสุดท้าย 

เรารู้แจ่มชัดเสมอ… ว่าชีวิตเรา กำลังเจออะไร แต่เรา ไม่มีวันรู้ว่า

"คนที่เราเจอ – กำลังเจอ กับอะไร"

**โลกกว้างกว่าเงาของเรา และโลกก็ไม่ได้หมุนรอบตัวเรา

**มองข้าม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้าง ให้โอกาส และให้อภัย มีความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน จะได้รักและอยู่ด้วยกัน อย่างยั่งยืนยาวนาน

 

.....,เรื่องนี้ได้รับจากการส่งต่อมาทางไลน์. ไม่ทราบว่าใครเป็นคนแต่ง

ดาวน์โหลดนิทานPDF

นิทานน้ำใจ022

 

ind เด็กกองขยะ

นักธุรกิจหนุ่มเรียกเด็กเก็บขยะที่กำลังหิวเข้ามาในร้านอาหาร พอกินเสร็จ เห็นบิลแล้วต้องถึงกับอึ้ง!!เป็นเรื่องราวสุดซึ้งที่ประเทศอินเดีย เมื่อชายหนุ่มนักธุรกิจเพิ่งเสร็จการประชุมที่ยาวนานมาทั้งวัน พอเข้าไปในร้านอาหารก็อยากสั่งอาหารมานั่งกินให้หนำใจเมื่ออาหารมาถึงโต๊ะเขาก็พบว่าด้านนอกกระจกของร้านอาหารมีดวงตา 2 คู่กำลังมองมาที่เขา เป็นสองพี่น้องที่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ทั้งตัวมอมแมมไปหมด ซึ่งคาดเดาได้ว่าคงเป็นเด็กเก็บขยะ พวกเขาเอามือกุมท้องพลางจ้องไปที่อาหารของชายหนุ่มจนน้ำลายแทบไหลชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เลยกวักมือเรียกสองพี่น้องเข้ามา พี่ชายตัวน้อยก็เลยจูงมือน้องสาวเดินเข้ามาข้างในร้านชายหนุ่มถามพวกเขาว่าอยากกินอะไร? เด็กชายไม่ตอบคำถาม แต่ชี้นิ้วอายๆไปที่ชุดอาหารที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มเมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงสั่งอาหารที่เหมือนของเขามาอีกชุดเมื่ออาหารมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าเด็กชายเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มไม่เคยเห็นเด็กที่มีท่าทางมีความสุขขนาดนี้มาก่อน จังหวะนั้นเองน้องสาวก็ดึงพี่ชายเข้าหาตัวแล้วบอกพี่ว่า พวกเขาควรจะไปล้างมือก่อน ชายหนุ่มจึงเรียกพนักงานของร้านพาสองพี่น้องไปล้างมือด้านในของร้านต่อมาสองพี่น้องคู่นี้ก็กวาดอาหารในจานใส่ท้องซะเกลี้ยงชายหนุ่มก็รู้สึกตัวว่าเขายังไม่ได้แตะอาหารในจานของตัวเองเลยแต่การมองสองพี่น้องกินอย่างเอร็ดอร่อยก็ทำให้เขาอิ่มข้างในใจอย่างบอกไม่ถูก เขามีความสุขมาก รอเจ้าหนูน้อยทั้งสองลาจากไป ชายหนุ่มถึงได้เริ่มกินอาหารของเขาเมื่อกินเสร็จชายหนุ่มก็เรียกเก็บเงินแต่พอดูบิลเขามองหายอดเงินที่ต้องจ่ายปรากฎว่าไม่มีจำนวนตัวเลขที่จะต้องจ่าย แต่มีประโยคหนึ่งเขียนอยู่บนบิลนั้น ทำให้ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วขณะพลางน้ำตาคลอ บนนั้นเขียนว่า "พวกเราไม่มีเครื่องคิดเลขที่จะตีคุณค่าในสิ่งที่คุณทำ ขอให้คุณพบเจอแต่สิ่งดีๆ"

เรื่องราวของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอุทาหรณ์ว่าโลกใบนี้ต้องการ ความรัก และความเผื่อแผ่ เพียงแค่มีคนเริ่มต้น 1 คน คนอื่นๆก็จะเห็น และนำไปเป็นแบบอย่าง

*** มาทำดีกันดีกว่า แบ่งปันเรื่องราวดีๆเหล่านี้ มาทำให้โลกนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ***

 

 เรื่องนี้ส่งต่อมาทางไลน์จากคุณ wanna

โดยไม่ทราบแหล่งต้นฉบับหรือผู้แต่ง

ดาวน์โหลดนิทานPDF