foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

นิทาน น้ำใจไมตรี

ปฏิทิน

September 2018
S M T W T F S
1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30

Facebook Page

แผนที่ตั้ง

สถิติผู้เยี่ยมชม

162304
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
531
678
3650
155130
10247
10819
162304

Your IP: 54.162.239.233
2018-09-19 22:38

นิทานน้ำใจ191

ลูกไก่ใจกล้า กับ หมาจิ้งจอก

ในป่าแห่งหนึ่งของเวียดนาม มีแม่ไก่ตัวหนึ่ง ซึ่งรักลูกเจี๊ยบของตนมาก จะไปไหนก็พาไปด้วยวันหนึ่ง ขณะที่แม่ไก่กำลังพาลูกๆ เจ็ดตัวหาอาหารอยู่นั้น หมาจิ้งจอกใจร้ายตัวหนึ่งมาแอบอยู่หลังพุ่มไม้ จ้องมอง น้ำลายไหล เพราะอยากจับกินทั้งแม่ไก่และลูกเจี๊ยบหมาจิ้งจอกเฝ้ารอจนถึงเวลาที่แม่ไก่พาลูกเจี๊ยบทั้งเจ็ดกลับบ้าน หมาจิ้งจอกก็ย่องตามมา พอตกดึกหมาจิ้งจอก แอบเข้าไปคาบแม่ไก่ แล้วหนีเข้าไปในป่ารุ่งเช้า ลูกเจี๊ยบทั้งเจ็ด ตื่นมาหาแม่ไม่เห็น ร้องไห้ แง แงค้างคาว ห้อยหัว บอกลูกไก่ว่าเห็นหมาจิ้งจอกคาบแม่ไก่ไป  พร้อมกับชี้ทาง ไปโพรง หมาป่าลูกเจี๊ยบใจกล้า ตั้งหน้าเดินไป ตามทางที่ค้างคาวบอกแม่ผึ้งเห็นลูกเจี๊ยบทั้งเจ็ดตามหาแม่เกิดสงสาร จึงบอกว่า "ข้าขอไปช่วยแม่ไก่ด้วย"

ปลาไหลตัวใหญ่หนังลื่นเห็นลูกเจี๊ยบทั้ง เจ็ดร้องหาแม่ จึงบอกว่า "ข้าขอร่วมเดินทางไปกับลูกเจี๊ยบด้วย”คณะของลูกเจี๊ยบใจกล้าทุกตัว เดินมาจนถึงที่อยู่ของหมาจิ้งจอกในโพรงใหญ่ ที่ชายป่าขณะนั้นจิ้งจอกใจร้ายกำลังเตรียมฆ่าไก่ เพื่อทำไก่ย่างปลาไหล เลื้อยซุ่มปิดโพรงไม้ที่อยู่ของหมาจิ้งจอก พร้อมลุย เต็มที่ลูกเจี๊ยบทุกตัวมี ท่อนไม้ เตรียมสู้เมื่อหมา จิ้งจอก ออกมาก่อไฟ  มันเดินเหยียบหลังปลาไหล จนลื่นไถลหกล้มแม่ผึ้งบินตรงไปต่อยที่จมูกหมาจิ้งจอกลูกเจี๊ยบใจกล้าเอาท่อนไม้ไล่ตีหมาที่ถูกผึ้งต่อย

หมาจิ้งจอก ทนเจ็บ ไม่ไหว วิ่งหนีไป ในป่า ทิ้งแม่ไก่ที่มัดไว้

ลูกไก่วิ่งไปแก้เชือกที่มัด แล้วเข้าไปซุกใต้ปีกแม่ไก่ ที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

ลูกไก่บอก "ขอบคุณ เพื่อนๆที่ร่วม ต่อสู้"

นิทานเรื่องนี้สอนอะไร..ใครตอบได้บ้างเอ่ย คิดได้บอกด้วยนะ

 ดาวน์โหลดนิทาน PDF

 

นิทานน้ำใจ190

จอมกระล่อน

 

         มีเด็กหนุ่มเวียดนามคนหนึ่ง ที่คนทั้งหลายเรียกว่า จอมกะล่อน     เขาเป็นเด็กฉลาด แต่ใช้ความฉลาดส่วนใหญ่ในการพูดปด. เขาสนุกกับการหลอกคนอื่นได้รอบบ้าน ไม่มีผู้ใดรอดจากการเป็นเหยื่อให้เขาหลอกต้มไปได้เลย แม้แต่ป้าและลุงผู้ซึ่งเลี้ยงเขามา. หลังจากพ่อแม่ของเขาตายไป วันหนึ่งลุงของเขาออกไปไถนา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปไม่ไกลนัก ส่วนป้าก็อยู่บ้านทำงานบ้าน ขณะที่เขาเฝ้าดูป้าทำครัว จอมกะล่อนก็เกิดความคิดแวบขึ้นมา นึกกลวิธีที่จะล้อป้าและลุงของตนออกมาได้อย่างหนึ่ง เขารีบย่องออกจากบ้านวิ่งไปท้องนาที่ลุงกำลังไถอยู่“ลุงครับ ลุง” เขาตะโกนเรียกลุงเมื่อเขาวิ่งไปถึงนา “กลับบ้านเดี๋ยวนี้เร็วๆเข้า  ป้าตกกระไดลงมา เลือดโชก. ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี”ลุงเผ่นกลับบ้านทันทีโดยไม่ทันพูดอะไรสักคำ แต่จอมมุสากลับวิ่งไปตามทางลัดตัดถึงบ้านก่อนหน้าลุงจะไปถึง เขาวิ่งเข้าไปในบ้าน ตะโกนลั่น “ป้าครับป้า ลุงถูกควายขวิดที่ท้องนาแน่ะ ดูเหมือนขวิดเอาท้องทะลุเลย ”  เขาพูดยังไม่ทันจบ ป้าก็วิ่งออกจากบ้านไปแล้ว เขามองตามหลังป้าไปแล้วก็หัวเราะสนุก และเข้าไปหลบซ่อนอยู่หลังบ้าน      ป้าออกวิ่ง วิ่งอย่างเร็วที่สุด. พอถึงหัวเลี้ยวมุมถนน ป้าก็ชนโครมเข้าให้กับใครคนหนึ่ง สามีของป้านั่นเอง กำลังหอบแฮ่กๆเหงื่อโซมกาย ทั้งคู่มองดูกันอย่างตะลึงพรึงเพริดพูดไม่ออก     “ไอ้จอมโกหกนั่นอีกแล้ว” ทั้งสองคนรู้ทันทีว่าโดนเล่ห์ของเจ้าหลานชายเข้าอีกแล้ว ทั้งลุงและป้าโมโหใหญ่ “ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะยอมให้อ้ายตัวร้ายมันหลอกเรา” ลุงพูดออกมา       แล้วทั้งสองคนก็เข้าบ้าน พบจอมกะล่อนซ่อนอยู่หลังบ้าน จึงลากตัวมาใส่ลงในกรงไม้ไผ่กรงใหญ่ ปิดประตูแน่นหนา  “อยู่ในนี้แหละ จนกว่าตะวันจะตกดิน” ลุงว่า “แล้วป้ากับข้าจะลากกรงไปโยนลงแม่น้ำ เจ้าจะได้ไม่เที่ยวพูดโกหกหลอกใครๆอีก”     ตกเย็นป้าและลุงก็หามกรงไปที่แม่น้ำ ขณะที่โยนลงในแม่น้ำ พ่อจอมกะล่อนก็ร้องออกมาว่า“คุณลุงคุณป้าครับ ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ผมก็พร้อมแล้วที่จะก้มหน้ารับโทษ แต่ได้โปรดทำอะไรให้ผมสักอย่างเป็นครั้งสุดท้ายเถิดครับ ผมมีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อศิลปะแห่งการพูดปด ผมแอบเก็บไว้ข้างหลังกระบุงข้าวที่ในบ้าน ขอหนังสือเล่มนั้นให้ผมก่อนเถิดครับ ผมจะได้เอาไปอ่านในนรกด้วย” ทั้งลุงทั้งป้าต่างก็ไม่ใจร้ายที่จะปฎิเสธคำขอร้องสุดท้ายของหลานชายได้ลงคอ นอกจากนั้นลุงก็ชักอยากจะรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นบอกไว้ว่ากระไรบ้าง ลุงและป้าจึงกลับบ้านไปเอาหนังสือมาให้หลานชาย  ขณะที่จอมกระล่อนคอยอยู่ในกรง ชายตาบอดคนหนึ่งก็เดินมาตามริมแม่น้ำ เด็กหนุ่มก็ตะโกนเรียก  “คุณตาบอดครับ โปรดมาทางนี้หน่อยครับ ถ้าคุณอยากให้นัยน์ตามองเห็นอีก”  ชายตาบอดได้ยินเสียงเรียกก็คลำทางมาที่กรงไม้ไผ่ เด็กหนุ่มก็บอกว่า     “เร็วๆหน่อยครับ รีบแก้เชือกทีมัดประตูกรงก่อน แล้วผมจะบอกวิธีรักษาตาของคุณให้หายบอด”  ชายตาบอดเอามือคลำๆกรงไป จนในที่สุดก็จัดการเปิดประตูออกมาได้ ทันทีที่ฝากรงเปิด จอมกระล่อนก็กระโดดออกจากกรงวิ่งอ้าวไปแล้ว       เมื่อลุงกับป้ากลับมา. จะบอกหลานชายว่าหาหนังสือไม่พบ หลานชายก็หายไปจากกรงเสียแล้ว เห็นแต่ชายตาบอดมายืนอยู่แทนที่ คอยรับรู้ว่าจะรักษานัยน์ตาด้วยวิธีใด ทั้งสามคนโดนตุ๋นอีกครั้งหนึ่งจนได้ จอมกระล่อนวิ่งฝ่าเข้าไปในกอไม้ไผ่กอหนาใกล้แม่น้ำนั้น ขณะที่เขาเดินเที่ยวสำรวจหาทางออกจากกอไผ่ บังเอิญไปพบหม้อเก่าๆเข้าใบหนึ่ง ในหม้อมีทองคำเต็ม โชคดีเสียนี่กระไร เขาเอาทองกลับบ้านไปให้ป้ากับลุงน่าขอบใจมหาสมบัตินั่นแท้ๆ ครอบครัวของเขาร่ำรวยกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ตอนนี้ป้ากับลุงยอมรับแล้วว่า ยิ่งดุด่าหลานชายเท่าใด ก็ไม่ทำให้เด็กคนนั้นเปลี่ยนนิสัยของเขาได้เลย ทั้งสองคนจึงคิดว่า บางทีถ้าเราหาผู้หญิงที่ดีๆ ให้แต่งงานเจ้าเด็กหนุ่งนี่อาจยุติการปั้นน้ำเป็นตัว เลิกเที่ยวเตร่ไม่ทำการทำงานเสียได้กระมังแกจึงให้หลานชายแต่งงานกับสาวคนหนึ่งในหมู่บ้าน ดูท่าว่าการแต่งงานจะช่วยแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่สองสามเดือนต่อมาป้าและลุงเกิดตายลง จอมกระล่อนเริ่มเที่ยวโป้ปดมดเท็จหลอกคนต่อไปเหมือนอย่างเคยอีกวันหนึ่งเขาเข้าไปเที่ยวในป่า ไปพบเอาลูกเสือสามตัวนอนอยู่บนหญ้า เนื่องจากเขาเป็นหนุ่งนิสัยเลว จึงจับลูกเสือเหล่านั้นมาหักอุ้งเท้ามันเสีย ลูกเสือพากันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พลัน เขาก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างน่าสะพึงกลัวออกมาจากที่ใดที่หนึ่งใกล้ๆ คงเป็นแม่ของลูกเสือเหล่านั้นนั่นเอง จอมมุสาจึงรีบวิ่งไปแอบอยู่หลังพุ่มไม้……….  ชั่วครู่ต่อมาเสือแม่ลูกอ่อนก็วิ่งมาหาลูก พอเห็นลูกกำลังเจ็บปวดทุรนทุรายเพราะอะไร มันก็คาบลูกไปที่โคนต้นไม้เล็กๆต้นหนึ่ง ซึ่งมีใบสีเขียวๆ มันกัดใบไม้สองสามใบจากต้นใส่ปากเคี้ยว แล้วก็คาบใบไม้ในปากออกใส่อุ้งเท้าของลูกๆ ภายในไม่กี่นาทีแผลของลูกเสือก็หายเป็นปลิดทิ้งเจ้าหนุ่มคอยจนเสือทั้งแม่ลูกไปแล้ว เขาก็ขุดต้นไม้นั้นนำมาบ้าน เอามาปลูกในสนาม ตั้งชื่อว่า ต้นวิเศษ นับแต่วันนั้นมา เขาเฝ้าดูแลต้นไม้อย่างระวังระไว บอกแก่ภรรยาว่า เทพเจ้าให้ต้นไม้นี้แก่เขา ใบของมันรักษาแผลได้ทุกชนิด รักษาโรคภัยได้สารพัดแม้กระทั่งช่วยคนตายแล้วให้ฟื้นขึ้นมาก็ยังได้ ขอให้ภรรยาของเขาคอยรักษาต้นไม้ให้ สะอาดสะอ้าน  ” อย่าเอาขยะไปเทที่โคนต้นนะ ถ้าขืนทำต้นไม้จะเหาะหนีไปเสีย เขาเตือนแล้วเตือนอีก แรกๆภรรยาก็ทำตามที่สามีบอก แต่ไม่ช้านางก็ขัดใจกับสามีที่รักต้นไม้มากกว่าตัวนาง นางเบื่อที่จะฟังคำเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า. วันหนึ่งเกิดทะเลาะกันนางจึงอารมณ์เสีย   ด้วยความโมโห นางจึงเอาถังใส่ขยะจากในครัว เทพรวดลงไปที่โคนต้นวิเศษโครมใหญ่ ทันใดนั้นต้นไม้ก็เริ่มสั่นไหวไปทั้งต้น ค่อยๆถอนรากถอนโคนขึ้นจากดิน ลอยขึ้นไปในอากาศ จอมกระล่อนเห็นเหตุการณ์ดังนั้นก็วิ่งถลันไปที่ต้นไม้ เอา มือยึดไว้ได้รากหนึ่งต้นไม้วิเศษลอยลิ่ว ขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยมีจอมกระล่อนห้อยต่องแต่งอยู่ที่รากไม้  จนในที่สุดก็ถึงดวงจันทร์ ต้นไม้วิเศษจึงติดอยู่ในดวงจันทร์ตั้งแต่นั้นมาถ้าท่านมองดูดวงจันทร์ตอนกลางคืนในเวลาที่ท้องฟ้าใสกระจ่างอย่างพินิจพิเคราะห์.  จะเห็นเงาต้นไม้วิเศษปรากฎอยู่ภายในดวงจันทร์ โดยมีจอมกระล่อนนั่งพิงอยู่ที่โคนต้น 

 ที่มา https://jirametyo.wordpress.com/2012/08/28/นิทานอาเซียน-ประเทศเวีย/

          https://youtu.be/-pGMFkpu-1g                                                          

                       ดาวน์โหลดนิทานPDF

นิทานน้ำใจ189

เจ้าชายแตงโม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแตงโมวิเศษอยู่ต้นหนึ่ง เป็นของเจ้าชายแห่งเมืองดินดำน้ำดี  แตงโมนี้มีรสชาติหวานอร่อยที่สุด  แต่จะให้ผลวันละ 1 ลูก เท่านั้น เจ้าชายหวงมาก ไม่ยอมแบ่งให้ใครกินเลยอยู่มาวันหนึ่ง แตงโมที่ออกมาในเช้าวันนั้นหายไป เจ้าชายกริ้วมาก  ประกาศจะลงโทษผู้ที่โขมยแตงโมไป ทันใดนั้นนกตัวหนึ่งก็บินมาเกาะกิ่งไม้ตรงหน้าพระพักตร์เจ้าชาย  และสารภาพว่าเป็นผู้ขโมยแตงโมไปช่วยชีวิต ลูกๆ ที่อดอาหารมาหลายวัน"ตอนนี้ลูกข้าหลับไปด้วยความอิ่มหนำแล้ว  เจ้าชายจะลงโทษอะไรข้าก็ยอม"  นกตอบอย่างกล้าหาญ"อื๋อ...เพื่อเห็นแก่ความรักที่เจ้ามีต่อบุตร เราจะละเว้นโทษแก่เจ้า"  เจ้าชายตอบอย่างใจดีวันรุ่งขึ้นเกิดเหตุการณ์ประหลาด แตงโมออกผล 2 ลูก เจ้าชายแปลกพระทัยมาก  แต่ไม่ยอมแบ่งให้ใครอยู่ดีวันถัดมาแตงโมที่ออกมา 2 ลูกได้หายไป 1 ลูก เจ้าชายกริ้วมาก รับสั่งให้ทหารออกตามจับตัวขโมย ทันใดนั้นก็มีหนูตัวเล็กๆ วิ่งมาสารภาพว่าเป็นผู้.  โขมย แตงโมไปช่วยชีวิตแม่ที่กำลังป่วยหนัก"ตอนนี้แม่ของข้าก็หายป่วยเพราะแตงโมวิเศษของท่าน ท่านจะลงโทษอะไรข้าก็ยอม"

เจ้าชายเห็นแก่ความดีของหนู จึงตอบว่า

"อื๋อ...เพื่อเห็นแก่ความกตัญญูของเจ้า เราจะเว้นโทษแก่เจ้า"

วันรุ่งขึ้นเกิดเหตุการณ์ประหลาดยิ่งขึ้น แตงโมออกผลเป็น 3 ลูก เจ้าชายแปลกพระทัยยิ่งนัก แต่ก็คงไม่ยอมแบ่งแตงโมให้ใคร

ถัดมาอีกวันแตงโมที่ออกมา 3 ลูก เหลือเพียง 2  ลูก เจ้าชายกริ้วมากกว่าครั้งก่อนๆ รับสั่งให้ทหารจับขโมยให้ได้ และแล้วมีลิงน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาสารภาพว่า เป็นผู้ขโมยแตงโมไปช่วยฝูงลิงที่กำลังจะอดน้ำตาย

"ตอนนี้พรรคพวกข้าก็รอดตายแล้ว เจ้าชายจะลงโทษอะไรข้าก็ยอม"

เจ้าชายเห็นแก่ความดีของลิงน้อยจึงตอบว่า

"อื๋อ...เพื่อเห็นแก่ความห่วงใยที่เจ้ามีต่อพวกพ้อง เราจะละเว้นโทษแก่เจ้า"

วันรุ่งขึ้นแตงโมออกผลเป็น 4 ลูก คราวนี้เจ้าชายไม่แปลกพระทัย เพราะพระองค์ทรงรู้แล้วว่า แตงโมวิเศษของพระองค์จะออกลูกเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่พระองค์แบ่งให้คนอื่น ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้ทหารนำแตงโมไปแบ่งให้ราษฎรและสัตว์ใหญ่น้อยทุกวัน

จากนั้นแตงโมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นสิบเป็นร้อย ชาวเมืองจึงขนานนามพระองค์ตั้งแต่นั้นมาว่า " เจ้าชายแตงโม"

ดาวน์โหลดนิทาน PDF